Showing posts with label Gamme Magie Editions. Show all posts
Showing posts with label Gamme Magie Editions. Show all posts

Sep 8, 2011

รายละเอียดการสั่ง 1Q84 updated 22/09/11

ขณะนี้ เราได้ทราบกำหนดส่งหนังสือเล่ม ๒ จากทางโรงพิมพ์ภาพพิมพ์ว่าสามารถส่งได้เลยตั้งแต่ต้นงานหนังสือเดือนตุลาคมที่เริ่มวันที่ ๕ ตุลาที่จะถึงนี้

จึงขออัพเดทกำหนดการส่งหนังสือสำหรับผู้ติดต่อสั่งซื้อโดยตรงตั้งแต่วันนี้ - วันที่ ๒๙ กันยายน ๕๔ดังนี้



เล่ม ๑ แบบส่งแยกหรือซื้อเล่มเดียว ส่งวันที่ 30 ก.ย. 54
เล่ม ๒ ทั้งแบบส่งพร้อมกันและแบบแยกส่ง ส่งวันที่ 7 ต.ค.54


ราคา : สองเล่มเท่ากัน เล่มละ 425 บาท ลด 15% เท่ากัน เหลือเล่มละ 361 บาท

ค่าส่ง : 20 บาท สำหรับ 1 เล่ม หรือส่งรวมทีเดียว
40 บาท ถ้าแยกส่งทีละเล่ม


รวม : สั่งซื้อ 1 เล่ม โอนเงิน 381 บาท
สั่งซื้อ 2 เล่ม แยกส่ง โอนเงิน 762 บาท
สั่งซื้อ 2 เล่ม ส่งรวม โอนเงิน 742 บาท

บัญชีสำหรับโอนเงิน
013-1-46428-5
ธ.กรุงศรี สาขาสะพานควาย
ชื่อบัญชี นางอธิชา กาบูล็อง

ติดต่อ โอนเงินเสร็จอีเมลมาที่ 1Q84thai@gmail.com
เพื่อแจ้ง - วันเวลา จำนวนเงินที่โอน
- จะให้ส่งรวมหรือแยกส่ง
- ชื่อ ที่อยู่สำหรับจัดส่ง เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ

ขอบคุณที่ให้ความสนใจผลงานของเรานะคะ

Jun 28, 2011

แนวคิดในการออกแบบปก 1Q84 ฉบับภาษาอังกฤษ วางแผงตุลาคม 2554 พร้อมๆ กับเล่มภาษาไทย

เหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนก็จะถึงเดือนตุลาคม กำหนดวางแผง 1Q84 เล่มภาษาไทยที่ชาวพลพรรคสำนักพิมพ์กำมะหยี่และเพื่อนร่วมงานกำลังตั้งอกตั้งใจทำงานกันอยู่

แต่หนังสือ นอกจากเนื้อในแล้ว ยังมีปกให้เราต้องดูแล เมื่อเวลากระชั้นเข้ามาอย่างไม่รอรีเช่นนี้ เราก็คิดว่าถึงเวลาเริ่มคิดถึงการออกแบบปกกันบ้างแล้ว วันนี้เลยเสิร์ชหาในกุ๊กเกิลดูว่าปกเวอร์ชั่นอื่นๆ เขาเป็นอย่างไร ได้เห็นแนวคิดหลายอย่างผ่านผลงานปกจากหลายๆ ประเทศ แต่ไม่มีปกจากประเทศไหน "คิดเยอะ" ดี เท่าปกจากเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ ที่มีกำหนดวางแผงเดือนตุลาคมนี้ (เดือนเดียวกับเวอร์ชั่นภาษาไทย)

คุณ Chip Kidd ผู้ออกแบบปกเล่มนี้ ได้กล่าวอธิบายแนวความคิดในการออกแบบปกไว้ >>ที่นี่

ส่วนข้างล่างนี้เป็นบทแปลบทความดังกล่าวเป็นภาษาไทยค่ะ


หลังจากได้รับเกียรติออกแบบปกหนังสือฉบับปกแข็งทุกเล่มของฮารูกิ มูราคามิ ตั้งแต่เล่ม ดิ เอเลเฟน วานิชส์ ผมก็ตั้งตารอที่จะได้ทำงานเล่ม 1Q84 เป็นพิเศษ เพราะเป็นหนังสือที่ผู้เขียนมุ่งมั่นเขียนและผูกพันอย่างที่สุด (และเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาเลย) อีกอย่างหนึ่งก็คือ ในทางตรรกสัญลักษณ์ ชื่อหนังสือเป็นความฝันของนักออกแบบ ด้วยลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์ของทั้งสี่ตัวสามารถนำมาออกแบบเป็นงานที่ทรงพลังและโดดเด่นได้ง่ายๆ

เรื่องราวในหนังสือ เล่าเรื่องสองเรื่องที่ดูผิวเผินคล้ายจะไม่มีความเกี่ยวข้องกัน ที่ค่อยๆ ขมวดพันเข้าหากันทีละน้อย เรื่องแรกเกี่ยวกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่ออาโอมาเมะ ที่เปิดเรื่องมา เจอว่าตัวเองต้องปีนบันไดฉุกเฉินของทางด่วนที่รถติดหนักในกรุงโตเกียวเพื่อหลีกเลี่ยงรถติด เมื่อเธอลงมาถึงพื้นดิน ในภายหลังเธอก็เกิดความเชื่อว่าเธอเข้าสู่ความจริงอีกอย่างหนึ่งผ่านทางนั้น เป็นความจริงที่แตกต่างจากความจริงที่เธอรู้จักเล็กน้อย เธอให้ชื่อมิติใหม่นี้ในใจว่า 1Q84 (เรื่องราวในหนังสือเกิดขึ้นในปี 1984 และในภาษาญี่ปุ่น Q ออกเสียงเหมือน 9) โดยให้ Q มาจาก Question Mark โลกที่แบกรับคำถามอยู่ และแนวความคิดนี้กลายเป็นเรื่องหลักเรื่องหนึ่งในหนังสือชุดนี้

หลังจากได้อ่านต้นฉบับแล้ว ผมก็เกิดความคิดในทันทีว่าการอยู่อย่างคู่ขนานของสถานการณ์ที่อาโอมาเมะเผชิญอยู่ สามารถนำเสนอผ่านการเชื่อมต่อกันของปกหุ้มหนังสือและตัวปก ด้วยการใช้กระดาษหนังแบบโปร่งแสงในการทำปกหุ้ม บนปกหุ้มนี้มีชื่อหนังสืออยู่ชั้นแรก พิมพ์ภาพผู้หญิงให้โผล่ตามช่องของตัวอักษรและตัวเลข ส่วนอื่นๆ ของเธอนอกเหนือจากนั้นไม่ต้องมี

เมื่อปกหุ้มได้หุ้มปก มันจะ "เติมเต็ม" ภาพใบหน้าของเธอ แต่ก็มีบางอย่างที่ประหลาดกำลังเกิดขึ้น และก่อนที่คนอ่านจะได้อ่าน พวกเขาจะถูกบังคับให้คิดถึงเรื่องที่มีคนบางคนเดินทางจากโลกหนึ่งไปอีกโลกหนึ่ง

ยิ่งกว่านั้น สิ่งที่ต้องนำมาพิจารณาเสมอ นั่นคือ มันดูสวยดีทีเดียว



ปกหุ้ม ตรงขาวๆ เป็นกระดาษโปร่งแสง


ปกหนังสือ


ภาพเมื่อปกหุ้มได้หุ้มปกแล้ว




May 17, 2011

เผยปกร่วมสนุก "ราตรีมหัศจรรย์" พิมพ์ครั้งที่ ๒

เหลือเวลาอีกไม่ถึงสองอาทิตย์ก็จะถึงเวลาปิดรับปก "ราตรีมหัศจรรย์" (After Dark) แล้วจ้า วันนี้เลยนำปกที่มีผู้ส่งเข้ามาแล้วมาฝาก

ใครที่จดๆ จ้องๆ อย่ามัวมัวรีรออยู่เลย ลงมือออกแบบแล้วส่งมาดูกันดูกัน ตอนนี้เรากำลังพิจารณากันอยู่ว่าควรจะขยายเวลารับปก "คำสาปร้านเบเกอรี" กับ "ปีศาจแห่งเล็กซิงตัน" ออกไปอีกนิด เพื่อไม่ให้กิจกรรมชนกันวุ่นวายมากมายเกินไปหรือไม่ หรือควรจะตัดสินเท่าที่มีผู้ส่งมาจนถึงสิ้นเดือนนี้ ถ้าไม่มีงานเข้าตาจริงๆ ก็จะใช้อำนาจเผด็จการที่มีอยู่มอบหมายให้นักออกแบบปกที่เราทำงานด้วยคนใดคนหนึ่งมารับงานไปทั้งสองเล่ม





ป.ล. ๑ สำหรับผู้ที่ผ่านเข้ามาและไม่เข้าใจว่าเราบ่นงึมงำเรื่องอะไรอยู่ คลิกตามไปดูที่มาที่ไปได้ที่เว็บไซต์ของเรานะคะ >> http://www.gammemagie.com/

ป.ล. ๒ ผู้ที่ส่งปกเข้าร่วมสนุกทุกท่านจะได้รับหนังสือจากสำนักพิมพ์เป็นของขวัญที่ระลึกค่ะ

Apr 20, 2011

เปิดรับปกเล่ม "ราตรีมหัศจรรย์"

การเปิดร่วมสนุกส่งปก "เส้นแสงที่สูญหาย เราร้องไห้เงียบงัน" ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๒ เสร็จสิ้นไปอย่างสวยงามราบรื่น หนังสือในปกใหม่พิมพ์เสร็จเตรียมลงแผงทั่วประเทศหลังสงกรานต์แล้ว หลังจากได้รับความสนใจช่วยอุดหนุนมากมายจากนักอ่านในงานหนังสือสองวันสุดท้ายที่โรงพิมพ์เจียดแบ่งมาส่งอย่างเฉียดฉิว


ตอนนี้ถึงเวลาร่วมสนุกอีกครั้ง เราขอเริ่มเปิดรับปกของเล่ม "ราตรีมหัศจรรย์" หรือในชื่อภาษาอังกฤษ After Dark ณ บัดนี้


กติกาหลักๆ เหมือนเดิมทุกอย่าง (Copy มา Paste กันเห็นๆ)


ข้อมูลพื้นฐาน


- ใช้รูปถ่ายเดิม (คลิกไปดาวน์โหลดได้ที่ http://i1099.photobucket.com/albums/g399/gammemagie1/mie1.jpg

- ขนาดของเล่ม 208 x 142mm

- กรอบ (ไม่จำกัดสี) หนาประมาณ 0.7 cm.

- ตัวอักษร Gamme Magie ที่มุมบนซ้าย

- ข้อความบนปก

ราตรีมหัศจรรย์

After Dark

Haruki Murakami

นพดล เวชสวัสดิ์ แปล

พิมพ์ครั้งที่ ๒


สิ่งที่เราอยากเห็นคือ ปกภาพเดิมในรูปลักษณ์ใหม่ สีสันใหม่ เตะตาน่าจับต้องเป็นเจ้าของ แต่ยังกลมกลีนไปกันได้กับปกเล่มอื่นๆ ในชุดนิยายของมูราคามิ ที่กำมะหยี่จัดพิมพ์


การตัดสิน รอบแรกโหวตภายในสำนักพิมพ์กำมะหยี่ โดยมีคุณนพดล เวชสวัสดิ์ เข้าเป็นคณะกรรมการด้วย คัดเหลือสองปก รอบสอง ขึ้นเฟซบุคเพจ ให้แฟนๆ ช่วยตัดสิน


กำหนดส่งงาน ภายในวันที่ 30 พฤษภาคม 2554 ส่งเป็นไฟล์ jpeg ขนาด 1MB ใส่กรอบสีเทาหนา 2 px (กรุณาอย่าลืม เดี๋ยวจะโดนหักคะแนน) มาที่ gammemagie@gammemagie.com


หมายเหตุ :


1. สำนักพิมพ์กำมะหยี่สงวนสิทธิ์ในการนำภาพที่ส่งประกวดทุกภาพแสดงในเว็บไซต์ บล็อก และเฟซบุคเพจของสำนักพิมพ์


2. ผู้ชนะการประกวดจะได้รับเงินรางวัลตามอัตราการจ้างจัดทำปกของสำนักพิมพ์


3. ผู้ชนะจะร่วมงานกับสำนักพิมพ์ในการจัดทำเลย์เอาท์ปกหน้า สันปก ปกหลัง และที่คั่นหนังสือประจำเล่ม

จนถึงกระบวนการส่งไฟล์เข้าโรงพิมพ์ ตรวจดิจิตัลปรูฟ จนถึงดูสีหน้าแท่น



ผู้ที่สนใจอย่ามัวรอรี ถ้าจะให้ดีช่วยกระจายข่าวด้วยนะคะ




ป.ล. นอกจากเล่มนี้ กำมะหยี่ยังเปิดรับปกใหม่เล่ม คำสาปร้านเบเกอรี และ ปีศาจแห่งเล็กซิงตัน เข่นกันค่ะ รายละเอียดในลิงก์ข้างล่างนะคะ

http://gammemagie.blogspot.com/2011/04/blog-post_19.html

Sep 14, 2009

Photos from Gay Vinci Code launching

มาแล้วค่ะ ภาพบรรยากาศงานเปิดตัวหนังสือ "รหัสลับ เกเก้วินชี" วันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา ที่ร้าน Patio สีลม ซอย 2

กำมะหยี่ขอบคุณสื่อมวลชนและมิตรสหายทุกท่านที่สนใจให้เกียรติมาร่วมงานในคืนนั้นมา ณ ที่นี้นะคะ


Aug 19, 2009

Gay Vinci Code Launching Party


กำมะหยี่ขอเชิญทุกท่าน ทุกเพศ ทั้งชาย-หญิง และเพศทางเลือกเข้าร่วมงานเปิดตัว "รหัสลับ เกเก้วินชี" ฝีมือการเขียนของ Pascal Fioretto แปลโดย ”ทุรมาลี” คืนวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2552 ตั้งแต่เวลา 19:30 เป็นต้นไป ณ ร้าน PATIO สีลม ซอย 2

เชิญทำความรู้จักกับหนังสือเล่มใหม่ล่าสุดของเรา สัมผัสกับบรรยากาศบาร์เกย์แบบฝรั่งเศส ชมโชว์และการแสดงน่าตื่นตาตื่นใจมากมาย

19.30 น. ลงทะเบียนทักทายทำความรู้จัก

20.00 น. เวทีเปิด เข้าสู่บรรยากาศเกเก้ด้วยเพลงประจำชาติเกย์ (พอจะเดากันออกหรือเปล่าคะ) -- พูดคุยกับสำนักพิมพ์และผู้แปลถึงที่มาที่ไป -- เกย์ "ตัวแม่" ชวนคุย รับรองความแสบสันต์ เอ้ย สุขสันต์ -- ละครสั้นจากหนังสือ เพื่อปรับบรรยากาศ เสริมรสชาติในการอ่านต่อไป -- การแสดงลิปซิงค์ สุดตระการตาแบบอลังการเกย์สร้าง

22.00 น. จบงานอย่างเป็นทางการ เชิญสำเริงสำราญตามอัธยาศัย


สื่อมวลชนท่านใดต้องการเข้าร่วมงานในครั้งนี้ โปรดส่ง >> ใบตอบรับ (คลิกเพื่อดาวน์โหลด ในนั้นมีแผนที่ของสถานที่จัดงานด้วยค่ะ) มายังสำนักพิมพ์กำมะหยี่ ที่โทรสารหมายเลข 02-270-3942 หรือติดต่อ คุณพัฒวดี ไพเราะ โทร 085-245-0526 (patwadee@gammemagie.com) ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2552 เพื่อการสำรองที่นั่งและจัดเตรียมของที่ระลึก

หวังว่าจะได้พบกับทุกท่านในงานและสนุกสนานร่วมกันอีกครั้งนะคะ

:::: ข้อมูลเรียกน้ำย่อย ::::

“รหัสลับ เกเก้วินชี”
เรื่อง ปาสกาล ฟิออเรตโต
แปล ทุรมาลี
กำหนดวางแผง 3 กันยายน 2552

ขบขัน-คมคาย-ชวนหัว-ยั่วล้อ
เชิญหัวร่องอหายในนิยายล้อเลียนหนังสือดังกับเรื่องราวสนุกสุขสันต์ในโลกเพศทางเลือก


จะเป็นอย่างไร ถ้าวันหนึ่งคุณประกาศตัวกลางงานเลี้ยงชุมนุมญาติมิตรว่า “ฉันเป็นเกย์” ท่ามกลางความตื่นตะลึงของญาติ พ่อคงตาค้างส่วนแม่เป็นลมล้มพับ... โลกใน รหัสลับ เกเก้วินชี ก็ไม่ต่างกันนัก เพียงแต่สลับบทบาทเมื่อลูกชายสารภาพกับแม่ทอมดี้ว่า “ผมรักผู้หญิง”

รหัสลับ เกเก้วินชี จะนำท่านไปพบกับตัวละคร ‘สีม่วง’ สารพัดเฉด เรื่องราวหยอกล้อจิกหยิกกัด รหัสลับดาวินชี นวนิยายติดอันดับขายดีของ แดน บราวน์ แบบถึงพริกถึงขิง เมื่อ ชารฺลุส แกลงดอน ผู้เชี่ยวชาญด้านการถอดรหัส (เชี่ยวขนาดถอดรหัสกล่องเคเบิลทีวีลักดูหนังโป๊ฟรีจนเกือบติดตะราง) บินมาปารีสตามคำเชิญของภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑ์เพศทางเลือกผู้เป็นสหายเก่า ขณะที่องค์กรลับส่งกะเทยถึกชาตินักสู้ออกปฏิบัติการค้นหาความลับแห่งศตวรรษและลงมือสังหารท่านภัณฑารักษ์ แกลงดอนและหลานชายถูกยัดข้อหาฆาตกรรมจึงต้องไล่ล่าหาตัวคนร้ายเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ พร้อมคลี่คลายปริศนาที่สหายเก่าทิ้งไว้ให้

แม้เปลือกนอกจะฉาบเคลือบด้วยความบันเทิงสีสันบาดตาและสำนวนแปลฮาขาดบาดใจ หากสำนักพิมพ์กำมะหยี่ยังหวังด้วยว่าเนื้อหาแก่นแท้ของหนังสือเล่มนี้จะสร้างอัศจรรย์ให้ปรากฏ เพราะการที่เราเลือกพิมพ์และการที่คุณเลือกอ่าน รหัสลับ เกเก้วินชี เล่มนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้วงจรของการลดช่องว่างระหว่างเพศเชื่อมประสานอย่างสมบูรณ์ ยิ่งกว่านั้น เรามีความภูมิใจเป็นอย่างสูงที่จะประกาศตัวเป็น สำนักพิมพ์ มิตรเกย์ อย่างออกหน้าออกตา โดยตั้งใจจัดพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับชีวิตมนุษย์ผู้เลือกจะรักเพศเดียวกันในทุกๆ ปี นำร่องด้วย รหัสลับ เกเก้วินชี เล่มนี้ เพื่อสร้างความสมานฉันท์กลมเกลียว และความเข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกันในมนุษย์ทุกผู้ และทุกเพศ


>>รายละเอียดเพิ่มเติม และบททดลองอ่าน

Jun 23, 2009

Le Petit Prince, La BD Launching


สำนักพิมพ์กำมะหยี่และบีทูเอสขอเชิญนักอ่านและสื่อมวลชนทุกท่านร่วมงานเปิดตัว

"เจ้าชายน้อย ฉบับการ์ตูน"

วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
เวลา 14.00-16.30 น.
ที่ร้านบีทูเอส เซ็นทรัลเวิร์ล

พบกับกิจกรรมมากมาย ดังต่อไปนี้ค่ะ


เวลา
13.30 - 14.00 น. “ยินดีต้อนรับ”
- แขกรับเชิญ , สื่อมวลชน ลงทะเบียนและรับของที่ระลึก
- รับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม

14.00 - 14.15 น. - พิธีกรกล่าวเปิดงาน
- วิดีโอ “มิตรภาพของเจ้าชายน้อย”
- เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยหรือผู้แทนกล่าวสุนทรพจน์เปิดงาน

14.15 - 14.45 น. “สนทนาว่าด้วย เจ้าชายน้อย”
- สนทนาถึงประวัติความเป็นมาวรรณกรรมเจ้าชายน้อย โดย พิธีกร ผู้แปลและแฟนหนังสือ
- เปิดตัวพรีเซ็นเตอร์เจ้าชายน้อย “น้องแฮรี่” และคุณแม่นักจิตวิทยา ในหัวข้อ “การพัฒนา EQ ของเด็ก ด้วยหนังสือเจ้าชายน้อย”

14.45 - 15.00 น. “ได้เวลา ประมูล”
- เปิดประมูลหนังสือการ์ตูนเจ้าชายน้อยในภาษาไทย ฉบับพิเศษ
(เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยขึ้นเวทีมอบรายได้แก่องค์กรการกุศล)

15.00 - 15.15 น. “ขึ้นเวที”
- ละครจากตัวอย่างบางตอนในหนังสือการ์ตูนเจ้าชายน้อย
- นักร้องรับเชิญร้องสดปิดการแสดง ด้วยบทเพลงของเจ้าชายน้อย

15.15 - 15.30 น. - พิธีกรกล่าวปิดงานและขอบคุณท่านทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยหรือผู้แทน แขกผู้มีเกียรติ ผู้สื่อข่าวจากสำนักต่างๆ

- ถ่ายภาพที่ระลึกร่วมกัน

+++





พิเศษสุด! สำหรับผู้สั่งซื้อหนังสือปกแข็งผ่านเว็บไซต์ www.gammemagie.com และไปรับหนังสือในวันงาน

รับฟรีทันที เสื้อยืดเจ้าชายน้อย มีให้เลือก 2 สี 2 แบบ หลายขนาด ทั้งสำหรับเด็กและผู้ใหญ่

Oct 30, 2008

กำมะหยี่แจ้งข่าว - รายชื่อหนังสือแปลปี 2009

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น (อย่างน้อยก็ในความรู้สึกของชาวพลพรรค) หนังสือที่เราคัดเลือกมาจัดแปลและพิมพ์เสนอได้รับความสนใจจากนักอ่าน ทั้งแฟนเก่า-แฟนใหม่ของฮารูกิ มูราคามิ และ มาร์จอเน่ ซาทราพิ ต่างช่วยกันอุดหนุน เพิ่มกำลังใจให้พวกเรายิ้มกันหน้าบาน เมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่แผนกติดตามลิขสิทธิ์ (พูดเหมือน สนพ.ใหญ่โตมากๆ) แจ้งรายการหนังสือที่เราสามารถ "คว้า" สัญญาลิขสิทธิ์มาได้ เราจึงใคร่นำมาขยายต่อ เพราะข่าวดีอย่างนี้ต้องรีบกระจายให้รู้โดยทั่วกัน


ท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี .... หนังสือที่เราจะจัดพิมพ์ในปีหน้า (บางเล่มข้ามไปปีต่อไป)แต่น แตน แต๊นนน... มีดังต่อไปนี้

Gay Vinci Code - ถอดรหัสลับ...เกเก้วินซี่ - Pascal Fioretto
ใครกันหรือที่ลงมือสังหารภัณฑารักษ์แห่งพิพิธภัณฑ์ศิลปะและประเพณีเพศทางเลือก ความลับเลวร้ายใดเล่าที่แอบซ่อนอยู่ กระเทยควายนักฆ่าที่สร้างความหวาดผวาตามห้องซาวน่า บาร์เกย์และเคเอฟซีที่เลส์ อาลล์ ผู้นั้นทำงานให้ใครกัน ชารฺลุส กลฺองดง ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้านเกย์ และเซดริก นักข่าวหัวแข็งหลานชายของเขา เข้าจับคดีสืบสวนที่ลึกลับที่สุดเท่าที่เคยมีมา ความลับที่สำคัญที่สุดในโลกซ่อนอยู่ในเพลงของดาลิดาหรือไม่ ผู้คนมากมายผ่านมาให้พานพบ ทั้งนักนิยมเกย์ผู้เคร่งครัด ชายจริงหญิงแท้หัวก้าวหน้า คนหลับหูหลับตากลัวเกย์สุดหัวจิตหัวใจ รวมไปถึงชาวบ้านร้านตลาดที่ไม่ขาดซึ่งความคิดเห็น ... ทุกนายและนางเข้ามาพัวพันกับการผจญภัยไร้สติในสังคมเกย์ ณ กรุงปารีส กับเรื่องราวสืบสวนสอบสวนที่ชวนให้หัวเราะน้ำตาเล็ดน้ำตาไหล


Blind Willow, Sleeping Woman - และรวมเรื่องสั้นอื่นๆ อีกสองเล่ม - Haruki Murakami
"ขอเตือนนักอ่านหน้าใหม่ที่เพิ่งจับหนังสือของฮารูกิ มูราคามิว่า คุณจะหลงมัวเมาเหมือนติดยา ... รวมเรื่องสั้นชุดใหม่ของเขาจะจับคุณจนติดหนับและจับใจกว่าที่ผ่านมา"

—San Francisco Chronicle


What I Talk About When I Talk About Running - Haruki Murakami
บันทึกความทรงจำเกี่ยวกับความรักในการวิ่งระยะไกลของนักเขียน อ่านได้อ่านดี ไม่ว่าจะเป็นนักวิ่งตัวยงหรือนักอ่านทั่วไป แฟนๆ ของฮารูกิ มูราคามิ จะได้ทำความรู้จักกับความคิดและวิธีการคิดของนักเขียนในดวงใจของตน ผ่านรูปแบบการเขียนที่แตกต่างจากนิยายเรื่องยาวและเรื่องสั้นยอดนิยม


Broderies - Marjane Satrapi
เรื่องราวชีวิตรักและครอบครัวของบรรดาหญิงชาวอิหร่านที่มานั่งล้อมวงจิบชาผลัดกันเล่าประสบการณ์ในชีวิต และมุมมองเรื่องรักๆ ของตน รวมทั้งผู้ชายของพวกเธอ วิธีการ "ทำสาว" ปลอมพรหมจรรย์ การถูกจับแต่งงานกับชายแก่หง่อมตั้งแต่ยังไม่แตกเนื้อสาว เจ้าบ่าวจอมปลอมกับเจ้าสาวจอมงก ความรุ่งโรจน์ ความยากลำบาก และอื่นๆ อีกมากมายที่ชวนขำก๊ากจนถึงกระอักอึ้งตะลึงงัน


Poulet aux prunes - Marjane Satrapi
หากอิหร่านและครอบครัวของเธอกลายเป็นหัวข้อหลักในหนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนก็ได้สร้างวิธีการบรรยายที่สร้างหนังสือที่ดีที่สุดของเธอ โดยนำเราเข้าสู่ช่วงเวลา 8 วัน ก่อนตายของนัสเซอร์ อาลี ข่าน ผู้ตัดสินใจจะจบชีวิตตัวเอง เนื่องจากภรรยาของเขาทำลายเครื่องดนตรีที่หาใดเสมอเหมือนมิได้ลง...


La lenteur - Milan Kundera
"เธอบอกฉันเสมอว่าวันหนึ่งจะเขียนนิยายที่ไม่มีคำไหนจริงจังเลยสักคำเดียว เป็นเรื่องสนุกๆ เพื่อความสำราญใจของเธอเท่านั้น ฉันเกรงว่าเวลานั้นมาถึงแล้ว ฉันแค่อยากจะเตือนเอาไว้ ระวังให้ดี จำที่แม่ของเธอบอกได้หรือเปล่า เธอบอกว่า "มิลานเอ๊ย หยุดทำเรื่องล้อเล่นได้แล้ว ไม่มีใครเข้าใจเจ้าหรอก เจ้าจะหมางใจกับคนทุกคน และสุดท้ายพวกเขาจะเกลียดเจ้า"

ฉันขอเตือนว่า ความจริงจังจะปกป้องคุ้มครองเธอ การขาดความจริงจังจะทอดทิ้งให้เธอยืนร่างเปล่าเปลือยอยู่ตรงหน้าหมาป่า และเธอก็รู้อยู่แก่ใจไม่ใช่เหรอว่าหมาป่ากำลังเฝ้ารอเธออยู่"


L'identité - Milan Kundera
นิยายที่แปลกประหลาดที่สุดของคุนเดรา สไตล์การเขียนตรงไปตรงมาและมีบทบรรยายน้อยกว่านิยายเล่มแรกๆ ของเขา ยิ่งกว่านั้น เรื่องราวยังหลุดโลก เมื่อชายหญิงคู่หนึ่งค่อยๆ เลื่อนไหลสู่โลกจินตนาการ ได้ประสบความรู้สึกและการเดินทางที่เข้าแทรกกลางชีวิตคู่ของทั้งสอง การเคลื่อนเปลี่ยนจากโลกหนึ่งยังอีกโลกหนึ่งนั้นแสนนุ่มนวลเรียบลื่นจนเราไม่อาจแยกแยะโลกจริงออกจากโลกฝัน ด้วยเหตุนี้เองงานเขียนเล่มนี้จึงโดดเด่นไม่เหมือนหนังสือเล่มไหนของนักเขียนเชื้อสายเชคผู้นี้


Grabben i graven bredvid - Katarina Mazetti
นิยายรักดิดอันดับขายดีเป็นประวัติการณ์ในสวีเดน เรื่องราวของหนึ่งสาวกับหนึ่งหนุ่ม ที่มาเจอกันที่ม้านั่งในสุสานที่ฝังร่างสามีของเธอ และแม่ของเขา เธอเป็นสาวชาวเมือง เขาเป็นหนุ่มชาวทุ่ง ความแตกต่างช่างมากมาย ... เมื่อตกหลุมรักกันแล้ว อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป คนสวีเดนอ่านอะไร หนังสือสวีเดนร่วมสมัยที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างไร อีกไม่นานเราจะได้รู้กัน


The Golden Notebook - Doris Lessing
หนังสือที่มีขนาดยาวและทะเยอทะยานที่สุดของโดริส เลสซิ่ง เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมประจำปี 2007 งานเขียนชิ้นเลิศที่เผยพฤติกรรม แรงบันดาลใจ ความวิตกกังวล และปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นเฉพาะในยุคสมัยของเรา

"นิยายเล่มนี้เป็นความพยายามในการทำลายรุปแบบ ทำลายรูปแบบของจิตสำนึกและลอยตัวขึ้นไปอยู่เหนือมัน ขณะที่เขียน ฉันพบว่าฉันไม่ได้เชื่อในเรื่องบางอย่างที่ฉันคิดหรือเชื่อ หรือไม่ ฉันก็มีความเชื่อและความคิดที่ตรงกันข้ามพร้อมๆ กัน จะเป็นไรไปเล่า ยังไงเราก็มีชีวิตอยู่กลางใจพายุหมุนอยู่แล้ว"...โดริส เลสซิ่ง

Aug 27, 2008

วิดีโองาน "รวมพลคนอ่านและไม่อ่านงานมูราคามิ"

ในที่สุด เราก็ตัดต่อวิดีโอแสงสีเสียงของรายการบนเวทีในงาน "รวมพลคนอ่านและไม่อ่านงานมูราคามิ" จนสำเร็จเสร็จสิ้นแล้วส่วนหนึ่ง ที่นำมาลงนี้เกินครึ่งแล้วล่ะ ที่เหลือจะทยอยตามมาในไม่ช้านี้

จากผลการลงคะแนนในโพล เสียงส่วนใหญ่ต้องการให้เป็นจอเล็ก+คุณภาพของภาพชัดแจ่ม เราก็จัดให้ตามนั้น เนื่องจากเป็นการอัดสดเข้าไมโครโฟนของกล้องซึ่งตั้งอยู่ห่างจากเวที เสียงจึงอาจจะเบานิดนึง อย่างไรก็ตาม ขณะรอโหลดภาพ ท่านสามารถคลิกหรือลุกขยับไปหมุนเพิ่มระดับเสียงของลำโพงเตรียมรอไว้ จะได้ไม่หงุดหงิดเพราะพลาดการสนทนานะจ๊ะ

เห็นหน้าจอเป็นแผงพรืดอย่างนี้ เกรงว่าจะมีคนตกใจ ดังนั้นขอธิบายสรุปเนื้อหาตามลำดับ ใครอยากรับชมตอนไหนเป็นพิเศษไม่อยากกดดูทุกช่อง จะได้กดถูกค่ะ

ช่อง 1 - เริ่มด้วยไตเติ้ลแสดงบรรยากาศหน้าร้านก่อนเวทีจะเปิด I ช่อง 2 - เป็นการเปิดเวที
ช่อง 3 - เจ้าสำนักพิมพ์กำมะหยี่ขึ้นเล่าที่มาที่ไปของสำนักพิมพ์ I ช่อง 4 - จุดเริ่มต้นของการพิมพ์งานชุด "มูราคามิ"
ช่อง 5 - ผลงานลำดับต่อไปของกำมะหยี่



ส่วนวิดีโอข้างล่างนี้ เป็นการสนทนากันในหัวข้อ "มูราคามิ มีอะไรให้พูดถึง"
แต่ละช่องจะมีประเด็นถามตอบจบในตัวเอง ใครมีเวลาไล่ดูให้ครบตามลำดับจะได้ความรู้คู่ความสนุกครบถ้วน
แต่ถ้าใครเน็ตเต่าแถมเวลาน้อย คลิกสุ่มดูและฟังแต่ละช่องก็ไม่เสียอรรถรสค่ะ







Aug 19, 2008

::: คืนวันรวมพลคนอ่านและไม่อ่านงานมูราคามิ :::: ปรากฏการณ์บนเวที



ได้เวลาตามฤกษ์สะดวก ผู้ร่วมงานทยอยเข้าจับจองเก้าอี้สวยๆ ในร้าน ทุกคนต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าร้านสวยเหลือเกิน โซฟาหลากสไตล์ โคมระย้างดงามหลายแบบ ช่วยสร้างบรรยากาศแห่งความอัศจรรย์ในงานได้อย่างวิเศษ

คุณคมสันกับคุณเอกขึ้นเวที เปิดรายการอย่างฮาเฮ เชิญมาดามมิว - อธิชา มัญชุนากร กาบูล็อง เจ้าสำนักพิมพ์กำมะหยี่ขึ้นเวทีเล่าเรื่องราวความเป็นมาของสำนักพิมพ์ และเปิดเผยเบื้องหลังถึงเหตุผลที่หาญจัดพิมพ์หนังสือของพี่มุฯ รวดเดียวถึงสามเล่ม

ต่อจากนั้นถึงคิวของอาจารย์ต้น คุณพอล เฮง แฟนมุราคามิซึ่ม ขึ้นเวทีพูดคุยถึงงานพี่มุฯ อย่างละเอียดยิบ ไม่นานนักคุณแป๊ด ดวงหทัย ก็ขึ้นเวทีสมทบ


บรรยากาศการพูดคุยเป็นไปอย่างเป็นกันเองตามประสาคนคอเดียวกัน ปิดท้ายด้วยเพลงแจ๊ซที่เกี่ยวเนื่องกับหนังสือพี่มุ เป็นอันจบงานอย่างเป็นทางการจ้า

ผู้ที่สนใจรายละเอียดการพูดคุยนั้น นอกจากวิดีโอคลิปที่จะนำเสนอที่นี่ในอีกไม่นานนี้ เรายังจะเผยแพร่ออกอากาศทางวิทยุ (ชื่อรายการ สถานีและเวลาการออกอากาศจะนำมาแจ้งในภายหลังเน้อ) รวมทั้งแกะเทปการสนทนาอย่างละเอียด เพื่อเผยแพร่ที่นี่และในนิตยสารที่แจ้งความจำนงค์มาแล้วด้วยจ้ะ


ปิดท้ายด้วยรูปเพื่อนๆ ที่มาให้กำลังใจสำนักพิมพ์กำมะหยี่เป็นพิเศษ ขออภัยที่ไม่สามารถเก็บภาพทุกคนที่มาร่วมงานได้ครบนะ แต่เราได้จดจำใบหน้าและน้ำใจของทุกท่าน ทั้งสื่อมวลชนและนักอ่านหรือนักไม่อ่าน เอาไว้เรียบร้อยแล้ว


ขอบคุณทุกคนมากๆ ค่ะ/ครับ


สำนักพิมพ์กำมะหยี่





Aug 4, 2008

"กว่าจะเป็นปก"





หลังจากเผยโฉมปกหนังสือชุดมูราคามิออกไปสู่สายตาสาธารณชน ก็มีเสียงตอบรับเข้ามาอย่างหนาแน่น
มีทั้งเสียงชื่นชมเชยว่าสวยได้ใจเสียเหลือเกิน สวยกว่าปกเมืองนอกอีก
มีทั้งติติงตกใจว่าทำไมมันหม่นโศกได้ดีแท้
และหลายเสียงกระซิบหลังไมค์ว่ากำมะหยี่ช่างกล้า ... ทำปกสีดำ

ที่เป็นเช่นนั้น เพราะมีเสียงโจทย์จันเป็นตำนาน เสริมความหนักแน่นด้วยสถิติจากบรรดาสายส่งหนังสือว่า

ปกสีดำ ...... ไม่วิ่ง

พร้อมคำเตือน

เลี่ยงได้ ...... ก็เลี่ยงซะ

แต่เราไม่เลี่ยง ... แถมยังตัดสินใจให้ภาพปกในหนังสือ ชุด แกรนด์ เมจิค งานนักเขียนใหญ่เล่มต่อๆ ไปของเรา เป็นปกจากภาพขาวดำเช่นนี้ทุกเล่ม เพราะเราเชื่อมั่นว่า คนอ่านของงานชุดนี้มีวุฒิภาวะ มีวิจารณญาณเพียงพอที่จะไม่วางหนังสือลงเพียงเพราะหนังสือเล่มนั้นมี "ปกสีดำ"



--- และเพราะเราได้ข้อมูลนี้เมื่อดีไซน์เสร็จ ส่งโรงพิมพ์ไปแล้ว (ฮา)


(ติดตามความเป็นมาเป็นไป "กว่าจะเป็นปก" ของหนังสือของเราทุกเล่มได้ที่นี่ เร็วๆ นี้)


Jul 21, 2008

ความคืบหน้าอื่นๆ ที่เราว่าน่าสนใจ :)

________________________________________________

กำมะหยี่จัดรายการพิเศษสุด ทั้งลดราคา ทั้งแจกของแถม

สำหรับผู้ที่สั่งซื้อหนังสือโดยตรงที่ gammemagie@gammemqgie.com นอกจากจะได้รับส่วนลด 15% และรอรับหนังสือสบายอารมณ์อยู่ที่บ้าน แถมยังจะได้โปสเตอร์เอาไปสะสมแล้ว

คุณนพดล เวชสวัสดิ์ นักแปลคนขยันของเรายังเปิดไฟเขียว พร้อมสะบัดปลายปากกาเซ็นลายเซ็นสวยๆให้ในโอกาสพิเศษสุดนี้ด้วย

อีเมลมาด่วน! เพราะมีจำนวนจำนวนจำกัด (เนื่องจากเกรงใจคนเซ็น)

ส่วนลายเซ็นของมูราคามิ อาจจะต้องรอเล่มต่อๆไปที่เรากำลังติดต่อลิขสิทธิ์อยู่นะจ๊ะ



- ชุด “มูราคามิ”

หลังจากประสานงานบรรเลงเพลงราววงออเครสตา (ดังสำนวนของคุณนพดล เวชสวัสดิ์) ในที่สุดก็ส่งเราก็ไฟล์ต้นฉบับไปยังโรงพิมพ์ภาพพิมพ์เรียบร้อยแล้ว “คุณจ้อก” ณ โรงพิมพ์ภาพพิมพ์มีน้ำใจรับปากจะลัดคิวขึ้นแท่นให้โดยด่วน เพื่อให้ทันอวดโฉมทันงานอมรินทร์ บุค แฟร์

ทางด้านทีมงานเตรียมตัวแบ่งหน้าที่ตรวจพรู้ฟขั้นสุดท้าย ก่อนจะส่งผลงานที่เราภาคภูมิใจชิ้นนี้ออกสู่อ้อมใจแฟนๆมูราคามิที่สนใจสอบถามมามากมายทาง gammemagie@gammemagie.com

นอกจากหนังสือแล้ว กำมะหยี่ยังทุ่มทุนจัดทำโปสเตอร์ของหนังสือชุดนี้เป็นพิเศษ รายละเอียดและเงื่อนไขการจับจองเป็นเจ้าของ จะนำมาแจ้งในโอกาสต่อไป




- Persepolis - แพร์ซโพลิส

เพื่อให้ผลงานที่เรารักมากชิ้นนี้ออกมาสำเร็จเรียบร้อยสมกับการรอคอยของใครหลายๆคน เราจึงขยายเวลาการทำงาน เลื่อนกำหนดวางแผงออกไป จากเดิมจะวางตูมตามทีเดียวพร้อมกับชุดมูราคามิวันที่ 5 สิงหานี้ ไปเป็นสิ้นเดือนสิงหาแทน

งานจัดทำการ์ตูน ดูผาดๆเหมือนจะไม่มีอะไรมาก แต่ที่จริงแล้วเป็นงานละเอียดอ่อน ต้องใช้เวลาและสายตาคมกริบคอยตัดต่อเนื้อความให้ลงช่องอย่างลงตัว แพร์ซโพลิส ทั้งสองเล่ม อยู่ระหว่างการตรวจแก้ไข และการออกแบบปกใหม่ ซึ่งถึงแม้ว่าจะสามารถนำปกของเวอร์ชั่นฝรั่งเศสมาใช้ แต่เราเลือกจะมอบหมายให้คุณอาร์ท (http://www.try2benice.com) ผู้แทบจะเป็นฝ่ายศิลป์ของเรากลายๆ แล้วดูแลจัดการ “เสก” สรรค์ออกมามากกว่า

ดูจากกำหนดการและความตั้งใจของผู้ร่วมงานทุกคนแล้ว งานชิ้นนี้ต้องออกมาทันกำหนดอย่างเรียบร้อยสวยงามแน่นอน



ไอหมูซู่ซ่า (ชื่อชั่วคราว)

ผลงานเขียนชิ้นแรกของสิบเดซิเบล และเป็นหนังสือเล่มที่สามของเขาที่เราจะจัดพิมพ์เป็นลำดับต่อไป ขณะนี้ผ่านการตรวจพิจารณาปรับเกลา ลดดีกรีความทะลึ่งทะเล้นให้อยู่ในระดับที่คนทั่วไปยอมรับได้จากบรรณาธิการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รอเพียงคิวจัดหน้า ออกแบบปก และอื่นๆ ก่อนจะส่งโรงพิมพ์ ขึ้นแท่น วางแผงต่อไปภายในปีนี้แน่นอน



ผลงานสำหรับปีหน้า

ระหว่างการจัดพิมพ์หนังสือที่จะออกในปีนี้ ซึ่งเราตั้งใจว่าจะออกสัก 8 เล่มพอ เพื่อให้เหมาะสมกับขนาดสำนักพิมพ์ เมื่อมีเวลาว่าง ถึงจะแสนน้อยนิด แต่ทีมงานของเราก็ไม่ละเลย เที่ยวสอดส่ายสายตาเฟ้นหานักเขียนไทยหน้าใหม่ไฟแรงและหนังสือจากนักเขียนต่างประเทศในหลายๆภาษา เพื่อนำเสนอในปีหน้าและปีต่อๆไป

ผลงานของกำมะหยี่ส่วนใหญ่จะเป็นผลงานแปลจากต่างประเทศ ขณะเดียวกันจะมีการเปิดตัวนักเขียนไทยใหม่ๆที่น่าสนใจด้วยเช่นกัน โดยจะแบ่งผลงานออกเป็น 2 คอลเล็คชั่น คือ

1. Grande Magie (Grand Magic) ผลงานของนักเขียนใหญ่ที่ได้รับการยกย่องทางวรรณกรรม เช่น มุราคามิ, กาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ , มิลาน คุนเดรา, มาร์เซล พรูตซ์ และนักเขียนที่ได้รับรางวัลใหญ่ๆ เช่น รางวัลโนเบล, บุคเกอร์, พูลิตเซอร์

ถึงแม้ว่างานของหนังสือชุดนี้จะหนักหน่วง หาคนอ่านยาก ใครๆก็เป็นห่วงว่ามีเปอร์เซ็นต์ขาดทุนสูง แต่เราตั้งใจจะทำออกมาอย่างน้อยปีละเล่มหรือสองเล่ม


ความเคลื่อนไหวล่าสุด

- หนังสือของนักเขียนรางวัลโนเบลคนหนึ่ง (ขออุบชื่อไว้ก่อนนะจ๊ะ) เราติดต่อเจาะเรื่องลิขสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว เหลือแต่รอเลือกเรื่อง และคำตอบจากนักแปลที่เราติดต่อไว้เท่านั้น


2. Petit Bijou (Little Gem) ผลงานของนักเขียนที่มีความสดใหม่ ควรค่ากับการสนับสนุน ทั้งงานไทยและงานแปล

เล่มหนึ่งเป็นหนังสือสวีเดน ติดต่อลิขสิทธิ์สำเร็จถึงตัวเจ้าของแล้ว เหลือแต่การคัดเลือกนักแปลจากภาษาสวีเดนที่เหมาะสมเท่านั้น อีกเล่มเป็นหนังสือฝรั่งเศสล้อเลียนหนังสือดัง ดาวินชี โค๊ด ภาคเกเก้ โดยนักแปลหน้าใหม่สำนวนร้ายกาจกระชากใจ รับรองได้หัวเราะกันน้ำตาเล็ดน้ำตาไหล มีคนบอกว่าอย่าดูหมิ่นเกย์พาวเวอร์ (นะยะ) ... เราจะรอดู และอีกหลายๆเล่มจากหลายชาติหลากภาษา ทางทีมงานกำลังคัดเลือกกันอย่างพิถีพิถัน

นอกจากนั้น สิบเดซิเบล นักเขียนคนเก่งเจ้าประจำของเราก็จะมีผลงานให้ตามอ่านกันอย่างน้อยสองเล่ม และมีความเป็นไปได้ว่า เราอาจจะได้เปิดตัวนักเขียนไทยใหม่ๆ อีกสักคนสองคนด้วยนะ


พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง

พลพรรคสำนักพิมพ์กำมะหยี่

อธิชา มัญชุนากร กาบูล็อง

อธิชา มัญชุนากร เป็นที่รู้จักกันในฐานะนักแปลหนังสือฝรั่งเศส ที่มีผลงานออกสู่สายตานักอ่านมาแล้วมากมายหลากหลาย หลังจากลงจากคานทอง เพิ่มนามสกุล “กาบูล็อง” ต่อท้ายยาวเหยียดอีกหนึ่งนาม เธอก็จับผลัดจับผลูมาเป็นเจ้าสำนักพิมพ์กำมะหยี่โดยบังเอิญ

ด้วยความที่หนังสือเล่มหนึ่งที่เธอแปลกล่าวไว้ว่า “ความบังเอิญ เป็นเครื่องมือที่พระเจ้านำมาใช้เมื่อท่านไม่ประสงค์จะเปิดเผยตัว” เมื่อมีโอกาสได้ออกงานสร้างสรรค์ที่ให้ประโยชน์ต่อสังคมไทยในระยะยาวด้วยการผลิตหนังสือดีๆ ดังนี้แล้ว เธอจึงตั้งใจแน่วแน่ว่าจะรุดหน้าสานต่อภารกิจที่ได้รับมอบหมายมานี้อย่างดีที่สุด

ปัจจุบัน อธิชาประสานงานกิจการสำนักพิมพ์กำมะหยี่ผ่านอีเมลและการสื่อสารระบบอื่นๆ จากเมืองบังกาลอร์ ประเทศอินเดีย

>> ติดตามชีวิต "มาดามมิว" ได้ >>> ที่นี่






สิบเดซิเบล

นักเขียนลึกลับ มาเขียนหนังสือได้เพราะความชิบหายส่องแสงสว่างนำทางให้

มีคนบอกครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นเจ้าของร้านเหล้า ครั้งหนึ่งเคยเป็นพระเอกมิวสิควิดีโอ เจ้าของเหลาจีน อาจารย์สอนคณิตศาสตร์ ขายสมุนไพรบ้างเป็นครั้งคราว เป็นบาร์เทนเดอร์ หรือแม้กระทั่งเป็นคนขายปู แต่อดีตก็คืออดีต หาได้สำคัญใม่ ปัจจุบันเขาหมกมุ่นกับการเขียนหนังสือ มีความสุขกับการเป็นนักเขียนลึกลับ ลึกลับแม้กระทั่งแม่ของเขาเองก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นนักเขียน

>> ติดตามชีวิตที่หยอกล้อกับความชิบหายของเขาได้ >>> ที่นี่






ศรินนี วราทร

ศรินนี วราทร อายุครบสามรอบในปีที่สำนักพิมพ์กำมะหยี่กำลังหัดเดิน ปีที่มีการเปลี่ยนแปลงมากมาย เธอจบบัญชี จุฬาฯ ต่อโทด้านโทรคมนาคมที่ยูนิเวอร์ซิตี้ออฟเดนเวอร์ สหรัฐอเมริกา

ทำงานมาหลายตำแหน่งหลากแขนง ตั้งแต่เป็นครูสอนภาษาอังกฤษ พนักงานวิเคราะห์สินเชื่อ ผู้ตรวจการธนาคารพาณิชย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านไอที ดูแลลูกค้าบริษัทให้บริการอินเทอร์เน็ต ผู้จัดการฝ่ายการตลาดบริการทางการเงินผ่านมือถือ ผู้ช่วยเจ้าของกิจการ ทำตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ หรือแม้กระทั่งออกมาเล่นหุ้นเอง หากไม่มีอะไรถูกใจเท่ากับมีส่วนร่วมในการทำหนังสือ

เธออยากปลูกฝังให้คนไทยรักการอ่าน เพราะเชื่อว่าหนังสือทำให้เกิดปัญญาไม่หลงมัวเมากับสิ่งเสพติดและประพฤติผิดศีลธรรม

>> ติดตามความเคลื่อนไหวแสนไฮเปอร์ของเธอได้ >> ที่นี่






ศรรวริศา เมฆไพบูลย์

ศรรวริศา เมฆไพบูลย์ วนเวียนเข้าออกอยู่ในแวดวงนักอ่านนักเขียนมาตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ หลังจากเรียนจบด้านภาษาและการทำนิตยสาร และลองไปทำอะไรต่ออะไรจนพอสมควรแก่อายุแล้ว ก็ตัดสินใจกลับคืนวงการน้ำหมึกอีกครั้ง มีประสบการณ์ทำนิตยสาร เขียนบทความ แปลหนังสือ และบรรณาธิกรต้นฉบับมาบ้าง แม้จะไม่มากนัก แต่อาศัยลูกบ้าและใจรักมาขอร่วม "ขบวนการบันดาลสิ่งมหัศจรรย์จากตัวอักษร" ด้วยคน ถึงจะไม่ใช่ผู้ร่วมก่อการ แต่ก็ตกกระไดพลอยโจนมาด้วยความเต็มอกเต็มใจยิ่ง

>> ติดตามบันทึกบ่นๆ ปนสาระของเธอได้ >>> ที่นี่






ฟิลิปป์ กาบูล็อง


ฟิลิปป์ กาบูล็อง เกิดในปีที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งใน “กรองด์ อันเน่” หรือ ปีที่ไวน์มีรสเลิศที่สุดของศตวรรษที่ 20 ที่เมืองอาเมียงส์ แคว้นปิการ์ดี ประเทศฝรั่งเศส นอกจากจะเป็นคู่ชีวิต คอยค้ำชูให้กำลังใจ เป็นที่ปรึกษา เกื้อหนุนให้เจ้าสำนักหญิงแห่งสำนักพิมพ์กำมะหยี่ยืนหยัดปฏิบัติภารกิจให้ลุล่วง และเป็นตากล้องคอยถ่ายรูปสวยๆ เพื่อลงเป็นปกหนังสือแล้ว เขายังเป็นเสาหลักของกำมะหยี่ เพราะเป็นคนคอยควักกระเป๋านำเงินเดือนที่ได้จากงานประจำที่ทำอยู่มาเป็นทุนดำเนินการของสำนักพิมพ์ด้วย